Airflow แตกต่างจากการขูดหินปูนอย่างไร?
แตกต่างกันค่ะ การขูดหินปูน (Scaling) ใช้เพื่อกำจัด "คราบแข็ง" (หินปูน) ที่เกาะแน่นบนฟัน ส่วน Airflow ใช้เพื่อกำจัด "คราบอ่อน" คราบจุลินทรีย์ (Dental Plaque) / ไบโอฟิล์ม (Biofilm) และ "คราบสีภายนอก" ที่ฝังแน่น ทั้งสองอย่างมักทำร่วมกันเพื่อให้ได้ความสะอาดสูงสุด
การทำ Airflow เจ็บไหม?
ไม่เจ็บเลยค่ะ เป็นหนึ่งในวิธีการทำความสะอาดฟันที่สบายที่สุด คุณจะรู้สึกเหมือนมีน้ำอุ่นๆ มาพ่นทำความสะอาดฟันเท่านั้น
Airflow ทำให้ฟันขาวขึ้นเหมือนการฟอกสีฟันหรือไม่?
ไม่เหมือนกันค่ะ Airflow ช่วย "ขจัดคราบสีภายนอก" ทำให้ฟันกลับคืนสู่ "สีตามธรรมชาติ" ของคุณ ซึ่งจะทำให้ฟันดูสว่างและสดใสขึ้น แต่ไม่ได้เปลี่ยน "เฉดสีเนื้อฟัน" ให้ขาวขึ้นเหมือน การฟอกสีฟัน (Whitening)
สามารถทำ Airflow อย่างเดียวโดยไม่ขูดหินปูนได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับการประเมินของทันตแพทย์ค่ะ หากคุณไม่มีหินปูนเลย (ซึ่งพบได้น้อย) อาจทำ Airflow อย่างเดียวได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว แนะนำให้ทำควบคู่กับการขูดหินปูนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ควรทำ Airflow บ่อยแค่ไหน?
คุณสามารถทำ Airflow ได้ทุกครั้งที่มาตรวจสุขภาพฟันและขูดหินปูนตามปกติ คือทุกๆ 6 เดือน เพื่อควบคุมคราบสีและรักษาความสะอาดของช่องปากอย่างสม่ำเสมอ
Airflow ทำให้ฟันสึกไหม?
ไม่ทำให้ฟันสึก หากการพ่นอย่างถูกวิธี และใช้ผงพ่นขนาด 14 ไมครอน
Airflow ทำให้เสียวฟันไหม?
ไม่ค่ะหากทำเฉพาะ Airflow เครื่อง Airflow จะพ่นด้วยแรงดันลม น้ำ อากาศ และผงพ่นแบบละเอียด 14 ไมครอน โดยเฉพาะเครื่องAirflow ของ EMS ด้วยเทคนิก GBT (Guided Biofilm Therapy) จากสวิสเซอร์แลนด์ สามารถปรับให้เป็นน้ำอุ่นได้ตามต้องการ และไม่ใช้โลหะมาขูดหรือสัมผัสผิวฟัน จึงไม่เสียวฟันขณะทำ
Airflow ทำให้ครอบฟันหรือวัสดุอุดฟันเสียหรือไม่?
ไม่ค่ะ Airflow โดยใช้ผงพ่นแบบละเอียด 14 ไมครอน จะไม่ทำลายครอบฟัน รากเทียม รวมทั้งวัสดุอุดฟัน รวมทั้งผิวฟันด้วยค่ะ
Airflow ใช้พ่นบริเวณที่ฟันเริ่มมีการผุได้หรือไม่?
ได้ค่ะ หากใช้ผงพ่นที่มีความละเอียดสูง ขนาด 14 ไมครอนอย่างถูกวิธี จะขจัดเฉพาะคราบติดสีที่ผิวฟันเท่านั้น และไม่ทำให้ฟันสึกกร่อนค่ะ ยกเว้นรอยสึกกร่อนที่มากเกินไปและรุนแรง ต้องหลีกเลี่ยงค่ะ ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนการพ่น Airflow
หากพ่น Airflow แล้ว ทานอาหารได้เลยหรือไม่?
 ได้ค่ะ เพราะการพ่น Airflow ด้วยผงขนาด 14 ไมครอนอย่างถูกวิธี จะไม่ทำลายเหงือกและฟัน สามารถทานอาหารได้เลย แต่การพ่นจะขจัดคราบ Acquire Pellicle ซึ่งเป็นเมือกเคลือบที่ฟันอันเป็นแหล่งเกาะของคราบจุลินทรีย์ อาจทำให้หลังพ่นทันทีมีอาการเสียวฟันบ้าง ในบางราย การเคลือบฟลูออไรด์ หรือใช้ยาสีฟันหรือสารที่ลดอาการเสียวฟัน ทาที่ฟันก็จะทำให้ไม่เสียวฟันเลย และทำให้ทานอาหารได้ปกติค่ะ
หากเหงือกบวมและอักเสบรุนแรงจะทำ Airflow ได้หรือไม่?
ไม่ได้ค่ะ ควรแก้ไขต้นเหตุของเหงือกบวมและอักเสบรุนแรงเสียก่อน เช่น หากเป็นรำมะนาดจนเป็นฝีที่เหงือก ควรได้รับการขูดหินปูนร่วมกับการเกลารากฟันตามปกติไปก่อน เมื่อเหงือกหายอักเสบรุนแรงหรือหายบวมดีแล้ว ค่อยมาทำAirflow ในภายหลัง  

แต่หากเหงือกอักเสบเล็กน้อย ไม่บวมเป็นหนอง หรือเหงือกเป็นหนองที่ปลายรากฟัน ต้องรักษารากฟัน และจุดที่เป็นหนองไม่ใกล้ขอบเหงือก สามารถพ่นAirflow ได้ค่ะ แต่ต้องพ่นไม่ให้น้ำยาที่พ่นสัมผัสจุดที่เป็นหนอง สามารถให้ทันตแพทย์ประเมินก่อนการพ่น Airflow จะดีกว่าค่ะ
เป็นโรครำมะนาดรุนแรง พ่น Airflow ได้ไหม?
ต้องพิจาณาเป็นราย ๆ ไปค่ะ ทันตแพทย์จะดูวิธีและขั้นตอนที่เหมาะสมในการรักษาค่ะ อาจต้องซูดหินปูนและเกลารากฟันตามปกติในจุดที่เป็นรำมะนาดรุนแรงหรือขูดทั้งปากไปก่อน แล้วนัดมาพ่นหลังจากเหงือกหายอักเสบ 1-2 สัปดาห์ หรืออาจเลือกพ่น Airflow เฉพาะจุดที่เหงือกไม่อักเสบมาก ร่วมกับขูดหินปูน ส่วนจุดที่เป็นรำมะนาดรุนแรงจะทำการเกลารากฟันโดยไม่พ่น Airflow เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนต่อเหงือกที่ไม่แข็งแรง ซึ่งเป็นการรักษาแบบเลือกเฉพาะจุด (Selective Treatment)
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ